เรามาลองวิธีที่ทำให้ สวย เด้ง ตึง ได้ทุกสัดส่วนง่ายๆ ดังนี้

 

1. ลอก 
การลอกผิวจะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และยังช่วยสลายไขมัน
 คุณสามารถจะลอกผิวได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยนำเกลือทะเลผสมน้ำมันมะกอกมานวดขัดผิว โดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีเซลลูไลต์ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

2. ขัด 
การขัดผิวเบาๆ โดยใช้แปรงนุ่มๆ หรือใยบวบที่แช่น้ำให้นิ่ม จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ
ทั่วถึง และยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้หมดจด เวลาที่เหมาะที่สุดในการขัด คือขณะฟอกสบู่ อาบน้ำ

 

3. ห่อ 
หมั่นนำพลาสติกใสๆ บางๆ มาพันต้นขาให้กระชับเพรียวสวย
 โดยเริ่มจากลงไปแช่น้ำอุ่น จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง นำผ้าขนหนูจุ่มน้ำร้อนที่ผสมน้ำมันหอม (กลิ่นมะนาวหรือโรสแมรี่) บิดให้แห้งพอหมาดแล้วนำมาพันต้นขา จากนั้นจึงพันด้วยแผ่นฟิล์มแล้วทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง

 

4. ดัน
เป็นการบริหารที่ควรทำทุกวันเพื่อให้ช่วงอกสวย
 ประกบฝ่ามือทั้งสองไว้กลางหว่างอก (เหมือนการไหว้) เกร็งและดันฝ่ามือทั้งสองซึ่งกันและกัน ค้างไว้ 10 นาที แล้วทำซ้ำ 5 ครั้ง

 

5. กลิ้ง 
การนวดโดยใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งไปบนผิว จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตมาเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น
 ทั้งนี้ควรจะนวดหมุนเป็นวงกลม เริ่มจากขา แขน แล้วปิดท้ายด้วยบริเวณ ช่วงลำตัว

 

6. ดึง 
ใครที่มีไขมันสะสมใต้ผิวหนังตรงสะโพก หรือแก้มก้นมากเกินไป
 อาจลดได้ด้วยวิธีใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือดึงผิวหนังให้ทั่วทั้งบริเวณสะโพก หมั่นทำเป็นประจำ วันละ 10 นาที ผิวแตกลายจะจางลง

 
 

ทำไมเขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ แล้วดวงตายิ่งดูเล็กลง

สาเหตุ : คุณเขียนขอบตาหนักมือเกินไป และเขียนรอบทั้งดวงตา 

วิธีแก้ : ครั้งต่อไปเขียนเฉพาะขอบตาบน ลากเส้นเริ่มจากมุมหัวตาไปยังหางตา เขียนให้ชิดแนวขนตาที่สุด ส่วนขอบตาล่างวาดให้เขียนจากปลายหางตาเข้ามา แค่บริเวณกึ่งกลางขอบตา แล้วใช้แปรงฟองน้ำหรือคัตตอนบัดเกลี่ยให้เส้นดูนุ่มนวลยิ่งขึ้น 

ทาปาก แล้วเหมือนมีวงแหวนอยู่ปาก

สาเหตุ : คุณใช้ลิปไลเนอร์สีเข้มเกินไป หรือลิปสติกที่ทาสีจางเร็วกว่าปกติ จนทำให้เห็นเส้นโครงรอบปากที่วาดไว้เด่นชัด

วิธีแก้ : ใช้ลิปไลเนอร์แดสีใกล้เคียงกับสีผิวริมฝีปาก เวลาวาดเริ่มจากมุมริมฝีปากบนลากมายังกึ่งกลาง ทำเหมือนกันสองข้างทั้งบนและล่าง จากนั้นใช้ลิปไลเนอร์สีเดิมระบายริมฝีปากด้านในทั้งหมด เพื่อเป็นรองพื้นให้ลิปสติกที่จะทาทับติดทนนานและกลมกลืนกันยิ่งขึ้น 

สีผิวหน้าไม่เท่ากับผิวคอ

สาเหตุ : คุณใช้รองพื้นเฉดสีไม่เข้ากับผิวหน้า

วิธีแก้ : เวลาไปซื้อรองพื้นที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง ควรเทสต์สีและชนิดของรองพื้นอย่างละเอียด เฉดสีที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด คือ สีที่ทาแล้วกลมกลืนเนียนไปกับสีผิว ทดสอบโดยแต้มและเกลี่ยรองพื้นบริเวณขากรรไกร และบริเวณที่เป็นแสงธรรมชาติหรือไฟสีขาว

ปัดมาสคาร่า แล้วขนตาติดกันเป็นก้อนเป็นกระจุก

สาเหตุ : คุณปัดมาสคาร่าเยอะเกินไป มาสคาร่าที่ใช้แห้งเร็วไป หรือไม่ก็เนื้อมาสคาร่าแห้งจนควรทิ้งได้แล้ว

วิธีแก้ : มาสคาร่าส่วนใหญ่มีอายุใช้งานประมาณสามเดือน ถ้านานกว่านี้เนื้อมาสคาร่าจะเริ่มแห้งกรัง ทำให้ปัดขนตาจะจับกันเป็นก้อน วิธีปัดที่ถูกต้องก็คือ เมื่อดึงแปรงปัดออกจากแท่งแล้ว ให้ปาดแปรงที่ริมปากขวดเพื่อให้เนื้อมาสคาร่าส่วนเกินหลุดออกจากแปรงไปบ้าง ปัดขนตา 1-2 ครั้ง อย่ามากกว่านี้ รอให้แห้ง แล้วใช้หวีขนตาจัดระเบียบให้ขนตาเรียงเส้นสวย

ปัดแก้ม แล้วดูเป็นปื้นแดงๆ

สาเหตุ : คุณมือหนักไปหน่อย อีกทั้งใช้สีเข้มเกินไปและปัดผิดบริเวณ หรือไม่ก็ใช้แปรงปัดแก้มเล็กเกินไป

วิธีแก้ : วิธีปัดแก้มให้สวยเด้งระเรื่อเป็นธรรมชาติ ข้อห้ามแรกคือ อย่าใช้แปรงเล็กๆ ที่ติดมากับตลับบลัชออน ควรลงทุนซื้อแปรงขนนุ่มละเอียดใช้ปัดแก้มโดยเฉพาะ ก่อนปัดแก้มให้เคาะผงบลัชออนส่วนเกินออกเสียหน่อย เวลาปัดให้ส่องกระจก อมยิ้ม แล้วปัดตรงบริเวณแก้มที่ยกสูงขึ้นมา เกลี่ยให้กระจายกลืนหายออกไปด้านข้างถึงใบหู

 

ที่มาจาก Forward Mail


เป็นเจ้าของลุคส์ใสๆ ดูอ่อนกว่าวัยกันได้ 
ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยทำให้คุณสาวๆ ดูสดใสปิ๊งปั๊งเหมือนเพิ่งแตกเนื้อสาว 
ส่วนจะมีอะไรกันบ้างนั้นตามมาเก็บไปใช้กันได้เลย

1. อยากให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อยู่กับเราไปนานๆ พยายามเลี่ยงการแต่งหน้าบ่อย ๆ 
หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็อย่าแต่งให้หนามากนักแล้ว ถ้าวันไหนได้พักหน้าก็พักให้เต็มที่ไปเลย

2. เลือกใช้รองพื้นสูตรออยฟรี ไล้บางๆบนผิวหน้าเพื่อช่วยพรางรอยสิวและริ้วรอยต่างๆ

3. ทาทับด้วยแป้งฝุ่นเนื้อเบาชนิดโปร่งแสง โดยทาบางๆ อย่าให้หนาเตอะจนเกินไปนัก

4. ถ้าต้องการเขียนขอบตาลองเปลี่ยนมาใช้ดินสอเขียนขอบตาไล้บางๆ แทนการใช้อายไลเนอร์ 
เพราะจะทำให้เส้นขอบตาดูซอฟท์กว่าการไล้ด้วยอายไลเนอร์

5. เลือกเติมสีสันให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสแทนการใช้ลิปสติกเนื้อแมทท์ 
เพราะความอ่อนใสแวววาวของเนื้อกลอส จะช่วยทำให้คุณดูสดใสเหมือนสาวเอ๊าะๆ เลยล่ะ

6. เติมเลือดฝาดให้พวงแก้ม
โดยใช้บลัชออนสูตรน้ำแบบทินท์ไล้บางๆที่แก้มก่อน ตบทับด้วยแป้งจะทำให้ลุคส์ของคุณดูสดใสอ่อนกว่าวัย

7. ท่องจำไว้เสมอว่าควรบำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน 
เพราะมอยซ์เจอไรเซอร์จะเข้าไปช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ซึ่งเป็นการช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีที่สุด

8. บำรุงใต้ตาของคุณเสียตั้งแต่วันนี้ด้วยอายครีม 
เพื่อเป็นการชะลอการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา และบำรุงให้รอบดวงตาไม่บวมช้ำหรือดำคล้ำ

9. หากต้องการให้ผิวสวยอยู่คู่กับเราไปนานๆ พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง 
ให้ปกป้องผิวพรรณด้วยครีมกันแดดทุกครั้ง 1/2 ชม. ก่อนออกจากบ้าน
แล้วลองหาหมวก แว่นกันแดดหรือกางร่มช่วยบ้าง

10. หมั่นสระและบำรุงผม ดูแลรักษาสุขภาพเส้นผมเป็นประจำสม่ำเสมอ

11. หมักบำรุงผม ด้วยฮอตออยส์ซักสัปดาห์ละครั้ง

12. นวดผิวหน้าของคุณเบาๆ ทุกคืนด้วยครีมวิตามินจากสมุนไพร รับรองเลยว่าผิวหน้าของคุณจะโดดเด้งใสกิ๊ก

13. หาเวลาออกกำลังกายและทำให้ได้เป็นประจำ 
กล้ามเนื้อที่เฟิร์มกระชับและเลือดลมที่ได้สูบฉีด จะช่วยทำให้สุขภาพผิวของคุณดีตามไปด้วย

14. ดื่มน้ำเปล่าและน้ำผลไม้คั้นสดให้มากๆ เพราะจะส่งผลดีต่อสุขภาพผิวโดยตรง

15. พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพื่อสุขภาพฟันที่ดี 
ซึ่งคนที่เป็นเจ้าของฟันสวยจะทำให้ตัวเองดูอ่อนวัยลงได้เช่นกัน

16. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

17. หลีกเลี่ยงการทานขนมขบเคี้ยว แล้วหันมาทานสลัดผักและผลไม้สดเป็นของว่างแทน 
นอกจากแคลอรี่จะต่ำแล้วยังดีต่อผิวพรรณและทำให้ไม่อ้วนอีกด้วย


ข้อมูลโดย spicy
ที่มา : http://women.thaiza.com 
 
 
 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเร่งวันเร่งคืนให้ผมยาวได้ดั่งใจ นี่คือวิธีการเพิ่มการเจริญเติบโตให้เส้นผมของคุณ ได้อย่างแข็งแรงและรวดเร็ว

 
ออกกำลังกายให้เส้นผม

เร่ง สปีดความเร็วให้ผมยาวเร็วแบบติดเทอร์โบด้วยการก้มศีรษะให้เลือดไปเลี้ยงที่ ศีรษะค้างไว้สัก 30 วินาที ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาทำเช่นนี้ทุกวัน เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นผมที่ศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้นด้วย

 
เพิ่มโปรตีน

Lee Stafford ช่างทำผมคนดังของเกาะอังกฤษแนะว่า “โปรตีนสามารถปกป้องและซ่อมแซมเส้นผม  ช่วยลดการหลุดร่วงและการแตกหักของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และยาวเร็วขึ้นได้”

 
กินปลา

Richard Ward กล่าวไว้ว่า “ปลา พืชผักใบเขียว และบลูเบอรี่เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ฉะนั้นบริเวณใดก็ตามในร่างกายที่มีเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงได้ดีจะทำให้ ร่างกายบริเวณนั้นแข็งแรง มีชีวิตชีวา รวมไปถึงเส้นผมบนศีรษะด้วย”
 

เคยนวดศีรษะกันบ้างไหม

Phillip Kingsley เปิดเผยให้ฟังถึงศาสตร์ของการนวดศีรษะว่า “การนวดศีรษะจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ของโลหิตบนศีรษะ และทำให้ระบบเมตาโบลิซึ่ม ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และยังจะช่วยทำให้เส้นผมเติบโตเร็วขึ้นการนวดศีรษะอาจทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านในขณะสระผม โดยการใช้นิ้วมือกดและนวดไปตามจุดบนศีรษะอย่างเบามือ”
 

แปรงให้ถูก

หลีกเลี่ยงการทำให้เส้นผมขาดและหลุดร่วงด้วยการไม่หวีผมขณะยังเปียกอยู่ เลือกใช้หวีซี่ใหญ่และห่างในการหวีผมช่วงผมเปียกแทน
 

ตัดผมบ้าง

อาจ จะเคยได้ยินมาบ้างว่าการเล็มผมบ่อยๆ จะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น การเล็มผมนอกจากจะทำให้ผมยาวเร็วขึ้นแล้วถือว่า ยังเป็นการกำจัดผมแตกปลายไป ในตัวด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็หมั่นให้ช่างเล็มผมก็จะดีไม่ใช่น้อย

 
ต่อผมก็ได้

สำหรับ สาวใจร้อนที่ทนรอให้ผมยาวไม่ได้หรืออาจมีภารกิจสำคัญที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะ ต้องไว้ผมยาวภายใน 1 วัน ให้ ลองมองหาร้านทำผมที่มีบริการต่อผมดู ให้เลือกใช้บริการร้านต่อผมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์สักนิดก่อนที่คิดจะต่อผม

 
ที่มา :นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย 

 
สาวๆมาดูอาหารที่มีประโยชน์กับเส้นผมกันดีกว่าจ๊ะ เพราะการบำรุงแต่ภายนอกอาจจะไม่เพียงพอ ^ ^

 
ไบโอติน
จะทำให้รากผมแข็งแรงและเป็นเงางามจะพบมากในถั่ว, ไข่แดง, ข้าวซ้อมมือ, ถั่วเหลืองและข้าวสาลี
 
ธาตุเหล็ก
ไม่ได้มีความสำคัญกับสีผมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างฮีโมบินซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจน เพื่อทำให้โครงสร้างของเส้นผมแข็งแรงอีกด้วย ธาตุเหล็กพบมากในข้าวโอ๊ต, เนื้อสัตว์, ถั่วต่าง ๆ และผักสีเขียว
 
กรดแพนโทเทน
จะทำให้เส้นผมเจริญงอกงาม ทำให้ผมมีความชุ่มชื้นและรักษาเส้นผมให้นุ่มสลวยเป็น ธรรมชาติ กรดแพนโทเทนจะพบมากในผักเกือบทุกชนิด, เนื้อสัตว์, เครื่องในสัตว์, ปลา, ไข่แดง, ผักสีเขียวและธัญพืช
 
สังกะสี
ช่วยในการเผาผลาญและทำให้เส้นผมเจริญงอกงามดี สังกะสีจะพบมากในหอยนางรม, เนื้อแดง, ธัญพืชไม่ขัดขาวและถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ

Credit: เดลินิวส์ 
 
 
ลองทำตามสูตรความสวยที่เอามานำเสนอดู แล้วจะเชื่อว่าเราสามารถสวยเด้งได้ด้วยการเมคตัวเอง ขอเพียงมีวันว่างๆ สักวันเท่านั้นแหละ อะๆ สนใจแล้วรึยังล่ะ ถ้าสนใจแล้วก็เตรียมพร้อมมาเมคตัวเองให้สวยใสสไตล์เจ้าหญิงกันไปเลย!

06.00 น. ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้สมองปรอดโปร่งรับอากาศยามเช้า แต่ก่อนนอนคืนนั้นจะต้องเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่มนะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะตื่นมาด้วยสมองที่ก่งก๊งก็เป็นได้

06.15 น. ดื่มน้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว ขอให้เป็นน้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด เพราะร่างกายของเราขาดน้ำติดต่อกันมาหลายชั่วโมงแล้ว เราจึงต้องรีบเติมน้ำเพื่อให้ผิวริมฝีปากชุ่มชื้น

06.20 น. ออกกำลังกายเล็กน้อย เช่น อาจจะขยับร่างกายเร็วๆ วิ่งอยู่กับที่สัก 20 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว

07.00 น. อาบน้ำ แปรงฟัน จัดร่างกายให้สะอาดสดชื่น ที่สำคัญ อย่าอั้นอุนจิเอาไว้ เพราะมันจะกลายเป็นของเสียสะสมอยู่ในร่างกายของเรา เราควรถ่ายให้เป็นเวลาทุกเช้า จะช่วยให้เราสุขภาพดี ผิวพรรณดี ท้องไม่ป่อง และไม่ป่วยง่ายด้วยจ้ะ ส่วนการแปรงฟันนั้น เราต้องแปรงให้สะอาด เพื่อขจัดคราบน้ำลายที่เกาะอยู่ตามผิวฟันตลอดทั้งคืน เราคงไม่อยากอ้าปากอวดกลิ่นน้ำลายเน่าๆ ในปากของเราให้คนอื่นดมหรอกใช่ไหมล่ะ

07.30 น. ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว อาหารมื้อนี้ห้ามงด ห้ามอดนะจ๊ะ เพราะเป็นมื้อแรกของวัน สำคัญที่ควรกินให้ครบ 5 หมู่ ก่อนกินให้ดื่มน้ำสะอาด 1 แก้ว และหลังกินเสร็จตามเข้าไปอีก 1 แก้วด้วยล่ะ อย่าลืม

08.00 น. ตอนนี้เรามาเริ่มสร้างบรรยากาศในห้องของเราให้ดูดีกันดีกว่า เริ่มจากการทำความสะอาด เช็ดฝุ่นออก และจัดห้องให้เป็นระเบียบน่าอยู่ เหตุผลที่ชวนเพื่อนๆ มาจัดห้องเพราะว่า ห้องนอนคือห้องที่เราจะต้องอยู่ทุกวัน ดังนั้นการที่ปล่อยให้ห้องนอนของเราอมฝุ่น ก็เท่ากับเรานอนสูดฝุ่นที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคทุกคืน การปล่อยให้ห้องของเราเต็มไปด้วยขยะ ก็เท่ากับเรานอนอยู่บนกองขยะ และการปล่อยให้ห้องรกอาจจะทำให้สัตว์อันตรายอย่างงูหรือแมลงมีพิษชอบใจมาขออาศัยอยู่ด้วยก็เป็นได้

นอกจากนี้การทำให้ห้องเราสวยๆ เต็มไปด้วยของกุ๊กกิ๊กน่ารัก ก็ทำให้เรามีความสุข และทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นด้วย

12.00 น. หลังจากทำความสะอาดห้องเรียบร้อย อย่าลืมล้างมือด้วยล่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว แน่นอนว่าต้องตามสูตรเดิมคือ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 แก้ว และหลังอาหาร 1 แก้วนะจ๊ะ

13.00 น. ถึงเวลาทำสวยให้ร่างกายของเราแล้ว เริ่มต้นจากเส้นผมก่อนเป็นอันดับแรก วิธีก็คือทำการหมักผมเพิ่มความสวยให้เส้นผมของเราซะ ส่วนสูตรหมักผม เลือกเอาตามที่นำมาเสนอได้เลย

- ตีไข่แดง + น้ำมันมะกอก + น้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน หมักผมทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสระออก ผมจะนุ่มสลวยเป็นเงางาม มีน้ำหนัก จับสบายมือจ้า
- กล้วยหอมบด + น้ำมันมะกอก + น้ำผึ้ง ตีให้เข้ากันแล้วหมักผมทิ้งไว้ 15 – 20 นาทีก่อนสระออก ผมจะนุ่ม เป็นเงางาม น่าสัมผัสมากมายเลยล่ะ
- หัวกะทิ + น้ำมะกรูด ผสมกัน หมักผมทิ้งไว้ 15 – 20 นาที แล้วสระออก ผมจะดกดำ นุ่มเป็นเงางาม
- น้ำผึ้ง + น้ำมันมะกอกอุ่มนิดๆ ให้พอร้อน + กล้วยปอกเปลือก + น้ำเปล่าครึ่งถ้วย ผสมกัน หมักผม 15 – 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผมสวยเป็นเงางามได้จ้ะ
- ส่วนใครที่ไม่ชอบที่ส่วนผสมยุ่งยาก อาจจะทำได้โดยซื้อครีมหมักผมมาหมักผมทิ้งไว้ ถ้าจะให้เริ่ดก็อบไอน้ำไปเลย ผมจะได้นุ่มสลวยสวยเก๋ไงจ๊ะ

หลังจากหมักผมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการพอกหน้าใสเด้งๆ ทำตามขั้นตอนและเลือกสูตรใดสูตรหนึ่งตามคำแนะนำได้เลยจ้า

1. ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งล้างเครื่องสำอาง โลชั่นกันแดด หรือโลชั่นบำรุงผิวที่อุดตันออกให้หมด จากนั้นตามด้วยโฟมล้างหน้า 1 รอบ
2. เช็ดหน้าให้สะอาด เริ่มต้นบำรุงผิวหน้าด้วยสูตรที่จะแนะนำได้เลย
- นำกล้วยหอม + นมจืด + มะนาว + โยเกิร์ต + น้ำผึ้งมาผสมรวมกัน จากนั้นก็นำไปปั่นแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก จากนั้นทิ้งไว้ 5 นาที แล้วพอกซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำผึ้ง ทิ้งไว้อีก 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย
- นำแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกแล้วเอาไปปั่น ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เข้ากันแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำนมและตามด้วยน้ำสะอาด
- สำหรับคนหน้ามันโดยเฉพาะ ให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่ให้เย็นเฉียบ จากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วเช็ดออก เท่านี้หน้าก็จะใสปิ๊งๆ
- ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ นำมาวางบนใบหน้า คลุมทับด้วยผ้าสะอาด ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

เอาล่ะ เมื่อหน้าใสปิ๊งกิ๊งสุดๆ กันแล้ว เราก็มาดูแลผิวกายของเราด้วยการขัดสีฉวีวรรณ ทำตามได้ดังนี้เลยจ้า

1. เก็บผมของเราให้เรียบร้อยก่อนด้วยหมวกคลุมผมนะ
2. เข้าตู้อบไอน้ำ (ถ้ามี) เพื่อให้ผิวเปิด และชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน
3. รองน้ำอุ่นลงอ่างอาบน้ำได้เลย
4. ระหว่างรอน้ำอุ่นเต็ม ให้เริ่มต้นราดตัวด้วยน้ำอุ่น แล้วเทสครับลงบนมือ จัดการขัดตัวให้เรียบร้อยโดยการขัดเบาๆ หมุนวนทวนเข็มนาฬิกาทุกส่วน ส่วนไหนขัดไม่ถึง เช่นหลังให้ใช้ใยบวบ แปรงขัดผิว หรือฟองน้ำช่วย
5. ล้างตัวให้เรียบร้อยด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิห้อง
6. เอาล่ะ น้ำเต็มอ่างแล้ว ปิดน้ำ แล้วเทหัวเชื้อน้ำนมลงอ่าง (มีขายตามร้านความสวยความงามทั่วไปจ้ะ) ผสมให้เข้ากัน แล้วลงไปนอนแช่ให้สบายใจสัก 20 นาที
7. ระหว่างนี้ถ้าจะให้เวิ้ร์ก น่าจะมีเทียนหอมเพิ่มความผ่อนคลายนิดนึง
8. ลุกจากอ่าง เช็ดตัวให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ
9. ทาโลชั่นบำรุงผิว เป็นอันเสร็จพิธี

17.00 น. อาบน้ำทำสวยเรียบร้อย โหย...ใกล้หมดวันเต็มที ทีนี้ก็ถึงเวลาอาหารเย็น อย่าลืมสูตรเดิมนะ ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร 1 แก้ว และหลังกินอาหาร 1 แก้ว มื้อเย็นนี้ ถ้าจะให้ดีไม่ควรจะกินมื้อใหญ่ เอาแค่พออิ่มก็พอแล้วล่ะ

18.00 น. อนุญาติให้พักผ่อน ทำอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย แต่ต้องไม้หักโหม อย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันที่เราจะทำตัวเป็นเจ้าหญิง ดังนั้นให้ใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ อาจจะเปิดรายการโปรดดู นอนฟังเพลง ไปเดินเล่นในสวน นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ ก็ตามแต่เราจะสบายใจได้เลย ถ้าเป็นไปได้ วันนี้ปิดโทรศัพท์ซะ ขออยู่สบายๆ งดคุยกับใครชั่วคราว

21.00 น. เตรียมตัวเข้านอน ให้ล้างหน้าอีก 1 รอบ ทาครีมบำรุงผิวหน้า แปรงฟันให้สะอาด ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว จากนั้นก็จัดห้องนอนให้น่านอนได้แล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05386.php

edit @ 11 May 2010 16:37:13 by :: Salin ::

 
 
เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ออกตัวว่าเป็นนางเอกช่างกิน แต่ที่ไม่อ้วนก็เพราะมีสูตรเด็ดไว้ค่อยควบคุมน้ำหนัก แถมสูตรนี้ยังฮิตในบรรดานางเอกช่อง 3 อีกด้วย บรรดาสาวๆ ที่อยากหุ่นดีไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

“เบนซ์ไม่ได้เน้นบำรุงผิวมาก เพราะใส่ใจเรื่องกินมากกว่า เบนซ์กับพี่ชายชอบหาเมนูสุขภาพที่ต้องมีผักและผลไม้มาลองทำกัน บางครั้งจะออกไปกินอาหารนอกบ้านกับพี่มิกซ์-บรมวุฒิ เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและอร่อย บางช่วงกินเพลินจนน้ำหนักเพิ่ม ก็ต้องนำสูตรลดความอ้วนมาใช้ สูตรนี้ทำแล้วเห็นผลดี ลดอ้วนได้โดยไม่ต้องอดอาหาร เบนซ์แนะนำเพื่อนๆ ดาราช่อง 3 หลายคนให้ลองทำ ล่าสุด นานา ไรบีนา กินสูตรนี้ก่อนที่จะถ่ายแบบชุดว่ายน้ำค่ะ”

สูตรลดอ้วนแบบเบนซ์…เบนซ์…

สูตรนี้ใช้บ่อยเวลาที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ทำอาทิตย์เดียวลดได้ 5 กิโลกรัม หากทำซ้ำ 2 รอบจะลดได้ถึง 7 กิโลกรัม ควรกินน้ำอย่างน้อย 2 แก้วก่อนกินอาหารทุกมื้อ และทำติดต่อกันไม่เกิน 2 อาทิตย์

วันที่ 1
เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 2
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ส้มตำ-ไก่ย่าง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง
เย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ปลานึ่งหรือปลาย่าง (ไม่จำกัด)
เย็น นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7
เช้า ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

 

edit @ 11 May 2010 16:09:33 by :: Salin ::

ทิปง่าย ๆ ในการแต่งหน้า

 

เพราะผู้หญิงแต่ละคนจะมีบุคลิทิปง่าย ๆ ในการแต่งหน้ากที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงสไตล์ของใบหน้าและสีผิว ดังนั้นการแต่งหน้าของผู้หญิงในแต่ละสไตล์จึงแตกต่างกันไปด้วย ฉบับนี้เรามีทิปง่าย ๆ ในการแต่งหน้าสำหรับ
ผู้หญิงแต่ละสไตล์มาฝากให้คุณ ๆ ได้สวยในแบบที่เหมาะกับใบหน้า ทีนี้ไม่ว่าคุณเป็นสาวหมวย สาวหน้าคม หรือสาวหน้าตาไทยแท้ ก็สามารถที่จะสร้างสรรค์องค์ประกอบบนใบหน้าให้กลายเป็นจุดเด่นดูสวย
เหมาะกับความเป็นคุณ ด้วยวิธีที่ไม่ยากมาฝากกันค่ะ



สาวขาวหน้าหมวย
ผู้หญิงสไตล์ผิวขาว หน้าออกแนวไชนีส ดูจิ้มลิ้มน่ารัก ผู้หญิงสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะเป็นสาวไทยเชื้อสายจีนหรือไม่ก็หน้าตาละม้ายไปทางญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่กำลังอินเทรนด์กันสุด ๆ ตอนนี้ ผู้หญิงสไตล์นี้จะมี จุดเด่นที่ผิวขาว เนียนละเอียดลออ ริมฝีปากบางเป็นสีชมพู รูปหน้ากลมหรือเป็นรูปหัวใจ และส่วนใหญ่จะมีตาชั้นเดียว ซึ่งถือเป็น เสน่ห์อย่างหนึ่งของสาวสไตล์นี้กันเลยทีเดียว
การแต่งหน้า ของสาวสไตล์นี้เริ่มกันตั้งแต่
- รองพื้น โดยการเลือกใช้รองพื้น โทนสีเหลือง อย่าใช้สีขาวหรือชมพูนะคะเพราะจะดูหนาทำให้ใบหน้าดูลอย ๆ เหมือนหลอกตา
- การเขียนคิ้วนั้น ให้เลือกใช้สีน้ำตาลแทนสีดำ เพราะการใช้สีดำนั้นจะไม่เข้ากับสีผิวขาว ๆ ของคุณ
- ดวงตานั้น อย่าพยายามสร้างชั้นตาขึ้นมาหลอก ๆ ใช้วิธีสร้างความคมชัดของดวงตาโดยเขียนอายไลเนอร์ให้เป็นเส้นคมบางตามแนวธรรมชาติทั้งขอบตาบนและล่าง ให้เขียนเส้นบนหนากว่าเส้นล่างเล็กน้อย โดยเขียนให้เห็นเส้นที่เขียนเมื่อลืมตา
- หลังจากนั้น เลือกอายแชโดว์สีปานกลาง เช่นสีบรอนซ์ทาตรงเปลือกตา ให้ทั่ว แล้วเลือกสีอ่อนกว่าแตะเพิ่มความสว่างที่กระดูกโหนกคิ้ว เพราะจะทำให้ดวงตาดูเบิ่งกว้างขึ้น
- ปัดมาสคาร่า ทับกันสามชั้นเพื่อเพิ่มความสวยหวานสำหรับดวงตา
- ส่วนแก้มนั้น ควรเติมสีแก้มให้ดูเป็นธรรมชาติด้วยการยิ้มหวาน ๆ หน้ากระจกแล้วเติมสีชมพูบาง ๆ ลงตรงส่วนนูน ที่สุดของหน้าตอนยิ้มแค่นั้นก็พอ
- ส่วนเรียวปากนั้น คุณสามารถแต่งเติมสีสันตามสีที่คุณชอบได้ตามสบายค่ะ



สาวสวยไทยแท้
สำหรับสาว ๆ ที่มีความสวยแบบไทยแท้นั้น ผู้หญิงสไตล์นี้จะเป็นคนที่มีดวงตาได้รูป ผิวสีน้ำผึ้ง ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ดังนั้นจุดเด่นของสาวสไตล์นี้คือความเซ็กซี่ที่มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ดังนั้น
การแต่งหน้า จึงควรเลือกสีสันคมเข้ม แต่ไม่ควรจะเป็นสีสว่างแจ๋นจนเกินไป แต่ก็มีสาว ๆ บางคนมักมีรอยคล้ำใต้ดวงตา ดังนั้น
- คอนซีลเลอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เลือกสีที่มีโทนเหลือง และใช้สีที่มีโทนอ่อนกว่ารองพื้นหนึ่งเบอร์
- รองพื้นที่ใช้ต้องเป็นสีโทนเหลือง
- แก้มนั้นให้เลือก สีพลัมหรือสีโรสซึ่งเป็นสีอมแดง อย่าใช้สีส้มเพราะจะทำให้หน้าคุณดูหมองลง
- ตานั้นหลีกเลี่ยงการใช้สีน้ำเงิน ฟ้า และม่วง เพราะจะทำให้ดวงตาดูมืดมนไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้น ควรเลือกสีที่เป็นธรรมชาติแทน ได้แก่ สีน้ำตาล สีน้ำตาลอ่อน สีช็อกโกแลต หรือสีทอง เป็นต้น
- ปากควรเลือกสีเข้มแต่มีเนื้อบางใส และควรทาสีชมพูสะท้อนแสงลงบนเรียวปากสาวผิวน้ำผึ้งอย่างคุณ



สาวคมหน้าแขก
ส่วนสาวท่านไหนที่มีสไตล์หน้าแขก มีผิวสองสี ดวงตากลมโตดูมีเสน่ห์ลุ่มลึก จมูกโด่งงามได้รูป ผมหนา สาว ๆ สไตล์นี้ควรแต่งหน้าด้วยการเริ่มตั้งแต่
- คอนซีลเลอร์ ควรเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่มีเนื้อครีมโทนสีเหลืองแต่ปนชมพูนิด ๆ ทาทับด้วยแป้งสีเหลือง ตามความเข้มของสีผิวทั้งเปลือกตาบนและใต้ตา
- รองพื้นก็ควรใช้สีเหลือง อย่าเลือกสีที่ทำให้ดูขาวขึ้น หรือเลือกสีเข้มจนหน้าคุณดูหมองขึ้นไปอีก
- ดวงตานั้นให้เลือกรองพื้น ผิวเปลือกตาด้วยสีโทนอบอุ่น อย่าใช้สีขาว แล้วเขียนเส้นขอบตาให้ชัดเจนเพื่อเสริมความโดดเด่นของดวงตาด้วยสีดำหรือสีเทาดำ แล้วใช้สีน้ำตาลทอง แรเงาบริเวณเบ้าตา
- ปัดมาสคาร่าสีดำ ส่วนแก้มนั้นให้ใช้โทนสีแดงน้ำตาลเพื่อสร้างความแจ่มใสบนพวงแก้มสำหรับสาวผิวสองสี
- และมาถึงขั้นตอนทาริมฝีปาก ควรใช้สีเข้มดูลุ่มลึกเพราะจะช่วยขับให้ผิวสองสีดูสวยสดใส เช่น สีช็อกโกแลต สีน้ำตาลเข้ม เป็นต้น
เพียงแค่นี้ใบหน้าก็จะดูสวยใส เป็นธรรมชาติตามสไตล์ของคุณ และยังเสริมสร้างเสน่ห์ดึงดูดให้แก่คนรอบข้างและเพศตรงข้ามด้วยละค่ะ




ข้อมูลจาก นิตยสาร ขวัญเรือน

edit @ 11 May 2010 16:09:41 by :: Salin ::